Palidocs
วจีวิภาค/นาม

นาม

นามนาม คุณนาม สัพพนาม

วจีวิภาค ภาคที่ ๒ นาม

[๓๗] นามศัพท์นั้นแบ่งเป็น ๓ คือ

  • นามนาม ๑
  • คุณนาม ๑
  • สัพพนาม ๑

นามนาม

นามที่เป็นชื่อของคน, สัตว์, ที่, สิ่งของ, เป็นนามนาม. นามนามนี้ แบ่งออกเป็น ๒ คือ

  • สาธารณนาม ๑
  • อสาธารณนาม ๑

สาธารณนาม

นามที่ทั่วไป แก่คน, สัตว์, ที่, อื่นได้ เหมือนคำว่า มนุสฺโส มนุษย์ ติรจฺฉาโน สัตว์ดิรัจฉาน นครํ เมือง เป็นต้น เป็นสาธารณนาม.

อสาธารณนาม

นามที่ไม่ทั่วไป แก่สิ่งอื่น เหมือนคำว่า ทีฆาวุ กุมารชื่อทีฆาวุ เอราวโณ ช้างชื่อ เอราวัณ สาวตฺถี เมืองชื่อสาวัตถีเป็นต้น เป็นอาสาธารณนาม.


คุณนาม

นามที่แสดงลักษณะของนามนาม สำหรับหมายให้รู้ว่า นามนาม นั้น ดีหรือชั่วเป็นต้น เป็นคุณนาม เหมือนคำว่า ปญฺญวา มี ปัญญา ปุริโส บุรุษ ถือเอาความตามภาษาของเราว่า บุรุษมีปัญญา ปุริโส เป็นนามนาม ปญฺญวา เป็นคุณนาม.

คุณนามนี้แบ่งเป็น ๓ ชั้น คือ

  • ปกติ ๑
  • วิเสส ๑
  • อติวิเสส ๑

ปกติ

คุณนามที่แสดงความดีหรือ ชั่ว เป็นปกติ เหมือนคำว่า ปณฺฑิโต เป็นบัณฑิต ปาโป เป็นบาป ชื่อปกติ.

วิเสส

คุณนามที่แสดงความดีหรือชั่ว มากหรือน้อยกว่าปกติ เหมือนคำว่า ปณฺฑิตตโร เป็นบัณฑิตกว่า ปาปตโร เป็นบาปกว่า ชื่อวิเสส.

อติวิเสส

คุณนามที่แสดงความดีหรือชั่วมากที่สุดหรือน้อยที่สุด เหมือนคำว่า ปณฺฑิตตโม เป็นบัณฑิตที่สุด ปาปตโม เป็นบาปที่สุด ชื่อ อติวิเสส.

  • วิเสสนั้น ใช้ ตร อิย ปัจจัย ในตัทธิต ต่อปกติบ้าง ใช้อุปสัค อติ [ยิ่ง] นำหน้าบ้าง.
  • อติวิเสส ใช้ ตม อิฏฺฐ ปัจจัย ในตัทธิต ต่อปกติบ้าง ใช้อุปสัคและนิบาต คือ อติวิย [เกินเปรียบ] นำหน้าบ้าง.

สัพพนาม

สัพพนาม เป็นชื่อสำหรับใช้แทนนามนาม ที่ออกชื่อมาแล้ว เพื่อจะไม่ให้ซ้ำๆ ซากๆ ซึ่งไม่เพราะหู นามทั้ง ๓ นั้นต้องประกอบ ด้วยลิงค์ วจนะ วิภัตติ.

ลิงค์

[๓๘] นามศัพท์ ในบาลีภาษานั้น ท่านแบ่งเป็นลิงค์ ๓ คือ

  • ปุํลิงฺคํ เพศชาย ๑
  • อิตฺถีลิงฺคํ เพศหญิง ๑
  • นปุํสกลิงฺคํ มิใช่เพศ ชาย มิใช่เพศหญิง ๑

นามนามเป็นลิงค์เดียว คือจะเป็น ปุํลิงค์ อิตถีลิงค์ หรือนปุํสกลิงค์ ก็อย่างเดียวบ้าง, เป็น ๒ ลิงค์ คือ ศัพท์อันเดียว มีรูปอย่างเดียว เป็นได้ทั้ง ๒ ลิงค์ หรือมูลศัพท์เป็นอันเดียว เปลี่ยนแต่สระที่สุด ให้แปลกกัน พอเป็นเครื่องหมายให้ ต่างลิงค์กันบ้าง, คุณนามและสัพพนามเป็นได้ทั้ง ๓ ลิงค์.

ลิงค์สมมติของภาษาและตามกำเนิด

ลิงค์นั้น จัดตามสมมติของภาษาบ้าง ตามกำเนิดบ้าง

  • ที่จัดตามสมมตินั้น เหมือนหนึ่งกำเนิดสตรี สมมติให้เป็นปุํลิงค์ และของที่ไม่มีวิญญาณ สมมติให้เป็นปุํลิงค์ และอิตถีลิงค์ เหมือนคำว่า ทาโร เมีย สมมติให้เป็นปุํลิงค์, ปเทโส ประเทศ สมมติให้เป็นปุํลิงค์, ภูมิ แผ่นดิน สมมติให้เป็นอิตถีลิงค์,
  • ที่จัดตามกำเนิดนั้น เหมือน ปุริโส ชาย เป็นปุํลิงค์, อิตฺถี หญิง เป็นอิตถีลิงค์ เป็นต้น.

อุทาหรณ์

ต่อไปนี้จะแสดงอุทาหรณ์ ศัพท์ที่เป็นลิงค์เดียว ๒ ลิงค์ ๓ ลิงค์ พอเป็นตัวอย่าง.

[๓๙] นามนามเป็นลิงค์เดียว

ปุํลิงค์อิตถีลิงค์นปุํสกลิงค์
อมโร เทวดาอจฺฉรา นามอัปสรองฺคํ องค์
อาทิจฺโจ พระอาทิตย์อาภา รัศมีอารมฺมณํ อารมณ์
อินฺโท พระอินทร์อิทฺธิ ฤทธิ์อิณํ หนี้
อีโส คนเป็นใหญ่อีสา งอนไถอีริณํ ทุ่งนา
อุทธิ ทะเลอุฬุ ดาวอุทกํ น้ำ
เอรณฺโฑ ต้นละหุ่งเอสิกา เสาระเนียดเอฬาลุกํ ฟักเหลือง
โอโฆ ห้วงน้ำโอชา โอชาโอกํ น้ำ
กณฺโณ หูกฏิ สะเอวกมฺมํ กรรม
จนฺโท พระจันทร์จมู เสนาจกฺขุ นัยน์ตา
ตรุ ต้นไม้ตารา ดาวเตลํ น้ำมัน
ปพฺพโต ภูเขาปภา รัศมีปณฺณํ ใบไม้
ยโม พระยมยาคุ ข้าวต้มยานํ ยาน

[๔๐] นามนามศัพท์เดียว มีรูปอย่างเดียว เป็น ๒ ลิงค์

ปุํลิงค์อิตถีลิงค์
ตรุโณ ตรุณีชายหนุ่ม, หญิงสาว
เถโร เถรีพระเถระ, พระเถรี
ทารโก ทาริกาเด็กชาย, เด็กหญิง
เทโว เทวีพระเจ้าแผ่นดิน พระราชเทวี
นโร นารีคน (ชาย - หญิง)
ปริพฺพาชโก ปริพฺพาชิกานักบวช (ชาย - หญิง)
ภิกฺขุ ภิกฺขุนีภิกษุ, ภิกษุณี
ภวํ โภตีผู้เจริญ
มนุสฺโส มนุสฺสีมนุษย์ (ชาย - หญิง)
ยกฺโข ยกฺขินียักษ์, ยักษิณี
ยุวา ยุวตีชายหนุ่ม, หญิงสาว
ราชา ราชินีพระเจ้าแผ่นดิน พระราชินี
สขา สขีเพื่อน (ชาย - หญิง)
หตฺถี หตฺถินีช้างพลาย, ช้างพัง

[๔๒] คุณนามเป็น ๓ ลิงค์

ปุํลิงค์อิตถีลิงค์นปุํสกลิงค์คำแปล
จณฺโฑจณฺฑาจณฺฑํดุร้าย
เชฏฺโฐเชฏฺฐาเชฏฺฐํเจริญที่สุด
ตาโณตาณาตาณํต้านทาน
ถิโรถิราถิรํมั่น
ทกฺโขทกฺขาทกฺขํขยัน
ธมฺมิโกธมฺมิกาธมฺมิกํตั้งในธรรม
นาโถนาถานาถํที่พึ่ง
ปาโปปาปาปาปํบาป
โภคีโภคินีโภคิมีโภคะ
มติมามติมตีมติมํมีความคิด
ลาภีลาภินีลาภิมีลาภ
สทฺโธสทฺธาสทฺธํมีศรัทธา

วจนะ

[๔๓] คำพูดในบาลีภาษา จัดเป็น วจนะ ๒ คือ

  • เอกวจนํ คำพูดสำกรับออกชื่อของสิ่งเดียว ๑
  • พหุวจนํ คำพูดสำหรับออกชื่อ ของมากกว่าสิ่งเดียว คือ ตั้งแต่ ๒ สิ่งขึ้นไป ๑

วจนะ ทั้ง ๒ นี้ มี เครื่องหมายให้แปลกกันที่ท้ายศัพท์ เหมือนคำว่า ปุริโส ชายคนเดียว เป็นเอกวจนะ ปุริสา ชายหลายคน เป็นพหุวจนะ.

วิภัตติ

[๔๔] คำพูดที่ท่านจัดเป็นลิงค์และวจนะดังนี้นั้น ต้องอาศัยวิภัตติช่วยอุปถัมภ์ ผู้ศึกษาจึงจะกำหนดเนื้อความได้ง่ายขึ้น เพราะในบาลีภาษานั้น ไม่มีคำใช้ที่จะทำนามศัพท์นี้และนามศัพท์นั้นให้เนื่องกันเป็นอันเดียวเหมือนภาษาของเรา ซึ่งนักปราชญ์บัญญัติ เรียกว่า "อายตนิบาต" เหมือนคำว่า "ซึ่ง, ด้วย, แก่, จาก, ของ, ใน" เป็นต้น ต้องใช้วิภัตติขางหลังศัพท์บอกให้รู้เนื้อความเหล่านี้ ทั้งสิ้น. [ความนี้จักรู้แจ้งข้างหน้า]

อีกอย่างหนึ่ง ก็เป็นอุบายที่จะให้กำหนดลิงค์ได้แม่นยำขึ้น ผู้แรกศึกษายังกำหนดจำลิงค์ไม่ได้ถนัดว่า ศัพท์นี้ เป็นลิงค์นี้ ศัพท์นั้น เป็นลิงค์นั้น เมื่อหัดอ่านหนังสือ ที่ท่านแต่งไว้เห็นปุํลิงค์ ท่านประกอบวิภัตติอย่าง ๑ อีตถีลิงค์อย่าง ๑ นปุํสกลิงค์อย่าง ๑ ก็จะเข้าใจได้ว่า ศัพท์นี้ เป็นลิงค์นี้ ศัพท์นั้น เป็นลิงค์นั้น ไม่ลำบากด้วยการจำลิงค์.

วิภัตติ ๑๔ ตัว

วิภัตตินั้นมี ๑๔ ตัว แบ่งเป็นเอกวจนะ ๗ พหุวจนะ ๗ ดังนี้:

วิภัตติเอกวจนะพหุวจนะ
ปฐมา ที่ ๑สิโย
ทุติยา ที่ ๒อํโย
ตติยา ที่ ๓นาหิ
จตุตฺถี ที่ ๔นํ
ปญฺจมี ที่ ๕สมาหิ
ฉฏฺฐี ที่ ๖นํ
สตฺตมี ที่ ๗สฺมึสุ

ปฐมาวิภัตติที่ต้นนั้น แบ่งเป็น ๒ เป็น ลิงฺคตฺโถ หรือ กตฺตา

  • ที่เป็นตัวประธานอย่าง ๑
  • เป็น อาลปนํ คำสำหรับร้องเรียกอย่าง ๑

อายตนิบาต

[๔๕] ข้าพเจ้าจะจัดคำพูด ที่เรียกว่า "อายตนิบาต" ที่ท่านสงเคราะห์ในวิภัตตินั้นๆ ให้เป็นหมวดๆ มาแสดงไว้ในที่นี้ พอ ป็นตัวอย่างเสียแบบหนึ่งก่อน ให้ผู้ศึกษาจำทรงไว้เสียให้ขึ้นใจ ต่อไปจะได้แปลได้เอง ไม่ต้องลำบาก จะไม่แสดงต่อไปอีก.

วิภัตติเอกวจนะพหุวจนะ
ปฐมา ที่ ๑อ. (อันว่า)อ. - ท. (อันว่า-ทั้งหลาย)
ทุติยา ที่ ๒ซึ่ง สู่ ยัง สิ้น.ซึ่ง - ท. สู่ - ท. ยัง - ท. สิ้น - ท.
ตติยา ที่ ๓ด้วย โดย อัน ตาม เพราะ มี.ด้วย - ท. โดย - ท. อัน - ท. ตาม - ท. เพราะ - ท. มี - ท.
จตุตฺถี ที่ ๔แก่ เพื่อ ต่อ.แก่ - ท. เพื่อ - ท. ต่อ - ท.
ปญฺจมี ที่ ๕แต่ จาก กว่า เหตุ.แต่ - ท. จาก - ท. กว่า - ท. เหตุ - ท.
ฉฏฺฐี ที่ ๖แห่ง ของ เมื่อ.แห่ง - ท. ของ - ท. เมื่อ - ท.
สตฺตมี ที่ ๗ใน ใกล้ ที่ ครั้นเมื่อ ในเพราะ.ใน - ท. ใกล้ - ท. ที่ - ท. ครั้นเมื่อ - ท. ในเพราะ - ท.
อาลปนะแน่ะ ดูก่อน ข้าแต่.แน่ะ - ท. ดูก่อน - ท. ข้าแต่ - ท.
Edit on GitHub

Last updated on